ลาออก

หลักการและเหตุผล

เนื่องจากความสัมพันธ์โดยรวมไม่ดี จึงเกิดความเครียด ทั้งต่อชีวิตส่วนตัวและงาน ดังนั้นจึงขอลาออก

 

ที่มา

เมื่อกลางเดือนมกราคม 2559 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับวันที่เขียนบันทึกหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อนร่วมงานที่เรารู้สึกสนิทมากเป็นพิเศษประกาศต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทุกคนว่า 'จะไม่คุยกับเราอีกยกเว้นเรื่องงานเท่านั้น' ...ส่วนสาเหตุที่เธอ (ผู้หญิง) ต้องประกาศแบบนี้นั้น เธอไม่ได้บอกกล่าวหรือแถลงให้เราฟังว่าเพราะเหตุใด (แต่เราไปถามจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นแล้ว ซึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ มีความคลาดเคลื่อนได้ และเราก็ยอมรับผิดและกล่าวขอโทษในเหตุที่ถูกบอกกล่าวไปแล้วสามครั้งในวาระต่าง ๆ กัน) ซึ่งนั่นก็ไม่สำคัญแล้ว จะด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม จะมีเหตุสมควรหรือไม่สมควรก็ตาม แต่คำพูดนี้นั้นได้ถูกประกาศออกมาแล้ว และมีพยานอีกจำนวนสามคน (เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ) และเราเองซึ่งไม่ได้ทักท้วง ณ ตอนนั้นหรือขอให้แก้ไขการประกาศนั้น จึงถือได้ว่ายอมรับร่วมกันแล้วในข้อความดังกล่าวที่ว่า 'จะไม่คุยกันอีกยกเว้นเรื่องงาน'

ดังนั้น เราจึงอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่จะทำให้คำประกาศนั้นเป็นจริงให้ได้ เนื่องจากเธอนั้นยังคงคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ อย่างปกติสุข หากเราเข้าไปอยู่ในวงสังคมนั้น ย่อมต้องมีโอกาสสนทนากันบ้าง หรือหากเราเข้าร่วมในวงสังคมนั้นแล้วละเว้นการคุยกับบุคคลบุคคลหนึ่ง คงจะเกิดบรรยากาศที่ไม่น่าพิศมัยเป็นแน่ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว เราจึงได้ออกมาจากวงสังคมนั้นเองด้วยความสมัครใจ และถือปฏิบัติตามประกาศนั้นกับเพื่อนร่วมงานทุกคนคือ 'ไม่คุยเรื่องอื่น ยกเว้นเรื่องงาน'

และเหตุเพราะการคุยกันในที่ทำงานนั้น มีทั้งหัวข้อที่เป็นเรื่องงานและไม่ใช่เรื่องงานปะปนกัน (ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องงาน) เราเองไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ช่วงไหนเป็นเรื่องงานและช่วงไหนไม่ใช่เรื่องงาน เพื่อตัดปัญหาเราจึงละเว้นการรับรู้ทั้งหมดที่ทุกคนคุยกัน หรือก็คือให้ค่าว่าการพูดคุยทั้งหมดไม่ใช่เรื่องงาน และรับฟังเฉพาะการพูดคุยที่ระบุชื่อเราออกมาเท่านั้น ด้วยความเข้าใจว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่เราต้องทำหรือเรื่องงานคนอื่นย่อมต้องบอกให้เรารับรู้ ถ้าไม่บอกให้เรารับรู้โดยระบุชื่อก็คือไม่ใช่เรื่องงาน ซึ่งเราไม่ต้องรับฟังนั่นเอง

แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่คุยกับคนอื่นเลยถ้าไม่ใช่เรื่องงาน เรายังคงมีปฏิกริยาตอบโต้ตามปกติที่มนุษย์ควรจะเป็นกัน ถ้าเพื่อนร่วมงานชวนคุยหรือทักทายเรา เราก็คุยตอบและตอบกลับตามปกติ (ซึ่งเธอซึ่งเป็นคนประกาศเองก็มาคุยกับเราบ้าง และเราก็ตอบตามปกติ) ซึ่งเงื่อนไขยังคงเหมือนเดิมคือระบุชื่อก่อนจะพูดด้วย (เพราะที่นั่งของเรานั่งหันหลังให้คนทั้งห้อง ถ้าไม่เรียกชื่อก่อนก็จะไม่สามารถรับรู้) เพียงแต่ว่าเราจะไม่เป็นคนเปิดประเด็นหรือเริ่มต้นบทสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น (ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน) เพราะมันจะขัดกับข้อตกลงที่เรารับมาปฏิบัติ และเราจะไม่มองหน้าใครหากไม่ได้สนทนาด้วยเพื่อเลี่ยงการสนทนาที่อาจจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

 

เหตุการณ์แทรก

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พวกเรากลับมาคุยกันเหมือนเดิม เหตุเพราะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเราเองก็รู้สึกดีใจที่เราได้คุยกัน เพียงแต่ว่าคำประกาศนั้นยังอยู่ และเรายังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เราจึงรู้สึกผิดที่ได้ละเมิดข้อตกลงนั้น 'เพราะเธอมาคุยด้วยก็ถือว่าข้อตกลงที่เรามีร่วมกันเป็นโมฆะอย่างนั้นหรือ?' การประกาศต่อหน้าพยานควรจะถือได้ว่ามีความสำคัญกว่าสิ ...เมื่อคิดได้ดังนั้นเราจึงปฏิบัติตัวเหมือนเดิมก่อนที่จะกลับมาคุยกัน โดยเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอละเมิดข้อตกลงอีก

 

ผลลัพธ์

รู้สึกได้ถึงความเหินห่างกับเพื่อนร่วมงานทุกคน ซึ่งสมควรแล้วที่จะเป็นเช่นนี้ แต่เริ่มรู้สึกว่าแม้แต่เรื่องงานคนอื่นก็ไม่คุยกับเราแล้ว มีส่วนร่วมในงานสาธารณะลดลง (เพราะไม่รู้ว่ามีงาน เนื่องจากไม่มีใครบอก) และเราเองก็รู้สึกเครียดเนื่องจากขาดการปฏิสังสรรค์ทางสังคม

 

แนวทางการแก้ไขปัญหา

สร้างข้อตกลงขึ้นใหม่ที่ทำให้เราสามารถคุยกันได้โดยที่เธอต้องเป็นคนเริ่ม เพราะเราไม่สามารถเป็นคนเริ่มได้เนื่องจากหากเราเป็นคนเริ่มจะถือว่าละเมิดข้อตกลงที่ว่า 'จะไม่คุยกันถ้าไม่ใช่เรื่องงาน' ซึ่งเราไม่ยอมที่จะเป็นคนละเมิดข้อตกลงก่อนแน่นอน ไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้เลยว่าถ้าเราเป็นคนไปคุยก่อนแล้วเธอจะตอบกลับมา เนื่องจากจุดเริ่มต้นของข้อตกลงก็เกิดเพราะเธอไม่ต้องการที่จะคุยกับเราในขณะที่เราอยากคุยกับเธอ ซึ่งการไปคุยก่อนย่อมสามารถเกิดเหตุการณ์ซ้ำซากซ้ำรอยเดิมได้ ในขณะที่เราไม่เคยปฏิเสธการคุยด้วยเลยสักครั้ง จึงถือว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าในการสร้างข้อตกลงใหม่ ...ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้น ในระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ 'การลาออก' เป็นการแก้ไขปัญหาอีกทาง เพราะย่อมเป็นการทำข้อตกลงให้สมบูรณ์ที่สุดเพราะจะ 'ไม่ได้คุยกันอีกยกเว้นเรื่องงาน' จริง ๆ (คำทักทายหรือการบอกลาหลังเลิกงาน ถือว่าไม่ใช่เรื่องงาน)

 

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

เปเป้บ้า
15 ม.ค. 2017 เวลา 00:45 น.

Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic